มะขามเปรี้ยวเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย
สามารถขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ประกอบกับเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง
ซึ่งสามารถส่งเป็นสินค้าออก ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายสิบล้านบาท
นอกจากนี้ยังมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของคนเราอย่างมาก เพราะสามารถใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน
โดยเฉพาะเนื้อมะขามเปรี้ยวใช้ในการปรุงอาหารประจำวันของคนไทย |
| |
|
| พันธุ์ส่งเสริม |
มะขามเปรี้ยวฝักโต
(ฝักกระดาน) เช่น พันธุ์ ศก.019 |
| |
|
| สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม |
โดยทั่วไปมะขามเปรี้ยวสามารถขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด
เป็นต้นว่า ดินทราย ดินเหนียว ดินลูกรัง แต่ดินที่เหมาะสมที่สุด
คือ ดินร่วนปนทราย และควรมีการระบายน้ำที่ดีด้วย มะขามเปรี้ยวเป็นพืชทนแล้งได้ดี
สามารถขึ้นได้ในที่ค่อนข้างแห้งแล้ง |
| |
|
| การปลูก |
|
ควรมีการไถพรวนกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกเสียก่อน
ต่อจากนั้นกำหนดหลุมปลูกในแปลงโดยใช้ระยะปลูก 8x8 เมตร (ระยะห่างระหว่างแถว
8 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 8 เมตร)ซึ่งจะปลูกได้ 25 ต้นต่อไร่ ควรมีการเตรียมหลุมปลูกขนาด
กว้างxยาวxลึก เท่ากับ 60x60x60 เซนติเมตร ดินที่่ขุดจากหลุมปลูกให้แยกเป็นสองกอง
คือ ดินชั้นบน และดินชั้นล่าง ตากดินที่ขุดขึ้นมาทิ้งไว้ประมาณ 2-3
สัปดาห์ แล้วผสมดินทั้งสองกองด้วยปุ๋ยคอกประมาณ 1-2 บุ้งกี๋ต่อหลุม
จากนั้นจึงกลบดินลงไปในหลุมตามเดิม โดนเอาดินชั้นบนลงไว้ก้นหลุมก่อน
แล้วจึงกลบทับด้วยดินชั้นล่าง
การปลูกมะขามเปรี้ยวพันธุ์ดีอาจใช้วิธีปลูกมะขามต้นตอลงในแปลงก่อน
เมื่อต้นตออายุได้ประมาณ 1 ปี - 1 1/2 ปี หรือขนาดลำต้นเท่าแท่งดินสอ
จึงทำการเสียบกิ่ง โดยใช้ยอดมะขามเปรี้ยวพันธุ์ดีมาเสียบใช้วิธีการเสียบข้าง
อีกวิธีการหนึ่งคือการทาบกิ่ง
โดยการเตรียมต้นตอมะขามไว้ในแปลงเพาะกล้า เมื่อต้นตอมีอายุได้ประมาณ
8 เดือน ก็ขุดนำต้นตอมาหุ้มด้วยขุยมะพร้าวบรรจุถุงพลาสติก แล้วนำไปทาบกับมะขามเปรี้ยวพันธุ์ที่ต้องการ
หลังจากทาบแล้ว 45 วัน สังเกตรากต้นตอจะเดิน จึงตัดมาปักชำในถุงพลาสติกบรรจุดินจนเจริญเติบโตดีแล้วนำลงปลูกในแปลง
|
|
| ฤดูปลูก |
ควรจะปลูกต้นฤดูฝน
เพราะเมื่อปลูกเสร็จแล้วต้นมะขามเปรี้ยวที่ยังเล็กอยู่จะได้รับน้ำฝน
สามารถตั้งตัวได้ดี ก่อนจะเข้าถึงฤดูแล้ง ต้นมะขามเปรี้่ยวที่ปลูกใหม่
ควรจะผูกยึดกับหลักเพื่อให้ต้นมะขามเปรี้ัยวขึ้นตรงไม่โค่นล้มเนื่องจากลมแรง
หากปลูกด้วยกิ่งทาบ หลังปลูกแล้วจำเป็นต้องแกะเอาเชือกฟาง หรือผ้าพลาสติกตรงรอยต่อออก
เพราะถ้าไม่ได้แกะออกจะทำให้ต้นมะขามเปรี้ยวแคระแกร็นหรืออาจจะตายได้
|
|
| การขยายพันธุ์ |
วิธีการขยายพันธุ์มะขามเปรี้ยวมีหลายวิธีด้วยกัน
เช่น การเพาะเมล็ด การทาบกิ่ง การติดตา และการต่อกิ่ง แต่วิธีที่นิยมและได้ผลดีที่สุดมี
2 วิธี คือ การทาบกิ่ง และการต่อกิ่ง |
| |
| การปฏิบัติดูแลรักษา |
การให้น้ำ
ในระยะปลูกใหม่ หากฝนไม่ตกจำเป็นต้องรดน้ำทุก 1-2 วัน ประมาณ 1 สัปดาห์
จนกว่าจะตั้งตัวได้ จากนั้นจึงเว้นช่วงเวลาการรดน้ำให้ห่างกว่าเดิม
อาจจะเป็น 3 หรือ 7 วันต่อครั้ง เฉพาะในช่วงฤดูแล้งของปีแรก |
การกำจัดวัชพืช
ในระยะที่ีต้นยังเล็กอยู่จำเป็นต้องกำจัดวัชพืชเป็นระยะไป
อย่าให้วัชพืชแย่งน้ำและอาหารได้ การทำความสะอาดรอบโคนต้น นอกจากจะเป็นการกำจัดวัชพืชแล้ว
ยังสามารถทำลายแหล่งอาศัยของโรคและแมลงได้ด้วย |
การใส่ปุ๋ย
สำหรับมะขามต้นเล็กยังไม่ออกผล
อายุ 1-3 ปี ควรให้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 450 กรัมต่อต้น (ประมาณ
1 กระป๋องนม) ในปีแรกแบ่งใส่ 3 ครั้ง (4 เดือนต่อครั้ง) จำนวน 100,150,200
กรัม ตามลำดับ สำหรับปีต่อ ๆ ไป ให้เพิ่มปุ๋ยมากขึ้นตามจำนวนอายุที่มากขึ้น
เมื่อมะขามตกผลแล้วควรใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ
ช่วงต้นฝนและปลายฝน ซึ่งจะช่วยให้มีการติดผลมากขึ้น อัตราที่ใส่คำนวณจากสูตรดังนี้
จำนวนปุ๋ยที่ใส่
(กก.) = อายุต้นมะขาม (ปี) / 2
เช่น ต้นมะขามอายุ 2 ปี ต้องใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21
จำนวน 2/2 = 1 กก. โดยแบ่งใส่ต้นฝน 1/2 กก. และปลายฝนอีก 1/2 กก.
รวมเป็น 1 กก. |
| |
| การเก็บเกี่ยว |
มะขามเปรี้ยวจะแก่และเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนมกราคม
ถึงกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งปลูกและสภาพดินฟ้าอากาศด้วย
การเก็บเกี่ยวควรใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่งตัดที่ีขั้วให้หลุดออกจากกิ่ง
ถ้ามะขามต้นโตให้ใช้บันไดขึ้นเก็บเกี่ยวฝักที่อยู่สูง
หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วนำฝักมะขามเปรี้ยวมาแกะเอาเปลือกและเมล็ดออก
จากนั้นนำเนื้อมะขามที่แกะได้ ซึ่งเรียกว่า มะขามเปียก บรรจุลงในภาชนะต่าง
ๆ เช่น ถุงพลาสติก หรือ เข่ง เพื่อจำหน่ายต่อไป
สำหรับวิธีการเก็บรักษามะขามเปียกไว้นาน
ๆ เพื่อจะนำมาจำหน่ายในช่่วงที่มีราคาสูง โดยที่เนื้อมะขามไม่เปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
ทำได้โดยการนำมะขามเปียกที่บรรจุในภาชนะไปเก็บไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำ
คือ 5 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถชะลอการเกิดสีดำของเนื้อมะขามได้ประมาณ
10 เดือน |
| |
| การดูแลรักษาต้นมะขามหลังการเก็บเกี่ยว |
หลังเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวแล้ว
ให้ทำการตัดแต่งกิ่งมะขามเปรี้ยวโดยตัดแต่งกิ่งที่ไม่สมบูรณ์ กิ่งที่เป็นโรคหรือมีแมลงทำลาย
หรือกิ่งที่ไขว้กันออก และให้ใช้สีน้ำพลาสติก หรือยาป้องกันราทาที่รอยแผล
เพื่อป้องกันโรคราที่จะเกิดขึ้นภายหลัง สำหรับกิ่งที่ถูกตัดออก ควรรีบนำออกจากแปลงมะขามเปรี้ยวไปทิ้งหรือทำลายที่อื่น
โดยเฉพาะกิ่งที่เป็นโรคหรือมีแมลงควรรีบทำลาย โดยการนำไปเผาทิ้งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหรือแมลง |
| |
| ลักษณะฝักมะขามเปรี้ยวที่ทำการปลูกศึีกษาทดสอบในศูนย์ฯ |
| |

พันธุ์ไทรโยค
พันธุ์ยอดดี
พันธุ์ศรีสยาม |
| |

พันธุ์หมออารีย์
พันธุ์โชคชัยพัฒนา |
| |
| เรียบเรียงโดย |
| นายสมเกียรติ ไสยมรรคา
นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางสาวสราลี นาห้วยทอง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ |
| |
| เอกสารอ้างอิง |
| กรมส่งเสริมการเกษตร.
2544. คำแนะนำที่
98 เรื่อง มะขาม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กองเกษตรสัมพันธ์
กรมส่งเสริมการเกษตร. |
| |
| เว็ปไซต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
|
|
http://www.doae.go.th/LIBRARY/html/detail/srisaket/index.html |
|
http://www.geocities.com/sskhrc/tamarind.html |
| |
|
|
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร
จังหวัดนครราชสีมา (พืชสวน)
111 หมู่ 10 ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
30280 Tel. 0-4446-5115,
0-4446-5770 Fax. 0-4446-5115
Webmaster : นางสาวชื่นดวงใจ คงบาล ที่ปรึกษา
: นายอนุสร จันทร์แดง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ
E-mail : aopdh06@doae.go.th
|