สวัสดีคะ  ท่านผู้อ่านทุกท่าน  ฉบับนี้จะยังอยู่ในเรื่องราวของไม้ดอกเมืองร้อน ซึ่งศูนย์ฯได้ไปจัดฝึกอบรมเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ปรากฏว่าเรื่องราวของขิงแดงได้รับความสนใจเป็นอย่างมากไม่แพ้ดอกดาหลาที่ได้กล่าวไปแล้วในฉบับก่อน

ขิงแดงเป็นพืชที่มีการปลูกประดับบ้านเรือนมานานแล้วมีการดูแลรักษาง่ายสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินทั่วไป  ขยายพันธุ์ได้ด้วยหน่อ ให้ดอกตลอดปี ขิงแดงมีช่อดอกที่สวยงาม ลักษณะช่อดอกจะออกที่ยอด  ช่อดอกยาวประมาณ  30  ซม.  และอาจยาวได้ถึง  90  ซม.ประกอบด้วยกลีบประดับ  เรียงซ้อนกันอยู่  กลีบประดับมีสีแดงสด  รูปไข่  ปลายแหลม  ขนาดยาว  3-4  ซม. และกว้าง 1.5-2.5 ซม. ดอกแท้เป็นรูปกรวยสีขาวขนาดเล็ก อยู่ในกลีบประดับ ไม่ค่อยเห็นโผล่ออกมา เหนือกลีบประดับดอกแท้มักเหี่ยวแห้งไปในเวลาอันรวดเร็ว คงเหลือแต่ริ้วประดับซึ่งคงสีสดอยู่เป็นเวลานานทำให้ขิงแดงมีช่อดอกที่สวยงาม สามารถบานอยู่บนต้นได้นาน  และรูปทรงของดอกที่แปลกกว่าไม้ดอกอื่นๆ  เมื่อนำมาปักแจกันพบว่ามีอายุการปักแจกันที่เหมาะสม  ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค  จากข้อมูลการซื้อขายที่ปากคลองตลาดพบว่ามี  การซื้อขายขิงแดงเป็นปริมาณ  2,000 ดอก/สัปดาห์ คิดเป็นมูลค่า 10,000 บาท/สัปดาห์ และยังพบว่ามีการส่งออกด้วย

ฉบับที่ 33 ปีที่ 3 ประจำเดือนมีนาคม 2554

ข่าวประชาสัมพันธ์ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดนครราชสีมา (พืชสวน)

อาณาจักรพืชสวน
กล่องข้อความ: การขยายพันธุ์
   ใช้เมล็ด  พบว่าขิงแดงติดเมล็ดได้ยากในประเทศไทย  ดังนั้นผู้ปลูกเลี้ยงจะต้องหมั่นสังเกตดอกแห้งถ้าต้องการเก็บเมล็ดพันธุ์  ควรเพาะเมล็ดในวัสดุเพาะที่คุณสมบัติเป็นกรดเล็กน้อยระบายน้ำได้ดี  และกลบด้วยวัสดุเพาะบางๆ  เวลาการงอกของเมล็ดไม่แน่นอน  แต่งอกเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับธรรมรักษา
   ใช้ตะเกียง (Aerial  offshoots)  ช่อดอกของขิงแดงเมื่อแก่จะสร้างตะเกียง  หรือหน่อเล็กๆที่โคนกลีบประดับ  สามารถแยกตะเกียงออกจากช่อดอกและปลูกได้ทันที  แต่จะให้ผลดีถ้านำตะเกียงมาชำให้เกิดรากก่อน  โดยมีการสร้างราก 4-8 สัปดาห์หลังการชำ
   การแยกหน่อ (Division) กิ่งหน่อใหม่จะเกิดที่ส่วนบนของเหง้าของต้นแม่  การแยกหน่อมักทำโดยใช้หน่อที่ไม่แก่เกินไปนัก ให้มีส่วนของเหง้ายาวประมาณ 5 นิ้ว  และส่วนของต้นยาว  8-12  นิ้ว  แล้วนำมาปักชำในกระบะชำ  หรือถุงพลาสติก 
กล่องข้อความ: 	การปลูก ขิงแดงเจริญเติบโตและให้ดอกที่มีคุณภาพดีในที่มีร่มเงา  ดังนั้นในการปลูกขิงแดงจำเป็นจะต้องปลูกภายใต้โรงเรือนพรางแสงด้วยซาแรน  ซึ่งแสงที่เหมาะสมในการปลูกขิงแดงจะอยู่ประมาณ  50-70% หรืออาจปลูกเป็นพืชแซมในสวนไม้ยืนต้นก็ได้
1.   การเตรียมแปลง มี 2 แบบ คือ
- พื้นที่ดอน  ทำแปลงแบบทำร่องให้ลึกประมาณ 20 ซม. กว้าง 2-3 ม. ความยาวตามขนาดของพื้นที่ แต่ละแปลงห่างกัน 1.5 ม.
- พื้นที่ลุ่ม  การทำแปลงโดยการทำคันร่องขุดคูน้ำลึก 1 ม.  กว้าง 1 ม. ทำแปลง ปลูกกว้าง 1.5 ม.  ความยาวตามพื้นที่  และทำคันขอบแปลงโดยรอบแปลงสูง 20 ซม.ทำการเตรียมแปลงปลูกโดยไถพรวนตากดิน 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกผสมแกลบดิบ ในแปลงปลูกเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน และใช้ปูนขาวอัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อปรับปรุงดิน
2.  ระยะปลูก ระยะปลูกที่เหมาะสม 1x1 ม. โดยใช้หน่อพันธุ์ปลูก หลุมละ 1 ต้น หรือใช้หน่อที่ชำจนแตกกอแล้วปลูกหลุมละกอจากนั้นกลบดินให้แน่น และใช้หลักปักผูกติดกับต้น เพื่อไม่ให้ล้ม แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
การปฏิบัติดูแลรักษา
1.   การให้ปุ๋ย การให้ปุ๋ยไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ยเคมีมากเนื่องจากการตอบแทนในการให้ผลผลิตต่อการให้ปุ๋ยเคมีได้น้อย แต่อย่างไรก็ตามยังมีความจำเป็นต้องให้ปุ๋ยเคมีขิงแดง โดยให้ปุ๋ยสูตรอัตราส่วน1:1:1 ปีละ 2 ครั้งๆละ 50 กก. /ไร่  ให้ร่วมกับปุ๋ยคอกจะทำให้ขิงแดงให้ดอกดกและมีคุณภาพดอกดีขึ้น

ดอกขิงแดง

     2. การให้น้ำ ขิงแดงเป็นพืชที่ต้องการความชื้นในดินสูง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้น้ำอย่างเพียงพอวิธีการให้น้ำอาจให้น้ำแบบท่วมแปลงปลูกสำหรับแปลงปลูกที่เป็นที่ดอนโดยให้ 3-5 วันต่อครั้ง ที่ลุ่มให้น้ำโดยการใช้เรือรด 1-2 วัน/ครั้ง หรือโดยสังเกตจากความชื้นในดิน

     3. การกำจัดวัชพืช วัชพืชจะรบกวนมากในช่วงแรกๆเท่านั้นหลังจากอายุ 1 ปี ไปแล้วขิงแดงจะเจริญโตเต็มที่

     4.  การตัดแต่ง ส่วนใหญ่จะมีการตัดแต่งพร้อมกับการตัดดอกโดยการตัดดอกชิดโคนต้นเหนือดินประมาณ 2-3 นิ้ว

โรคและแมลง  ไม่พบโรคที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับขิงแดง  แต่อาจพบแมลงที่เข้าทำลาย  ดังนี้

     1. เพลี้ยแป้ง  เกิดจากการปลูกขิงแดงใกล้กับแปลงกล้วยหรือพืชอื่นที่เป็นพืชอาศัยของเพลี้ยแป้ง  เพลี้ยแป้งจะเข้าทำลายดอก  เกษตรกรควรใช้วิธีการตัดดอกที่ถูกทำลายทิ้ง หรือ สารเคมีป้องกันกำจัดแมลง เช่น  ฟูราดาน  3  จี  อะโซดริน  เดลดริน  ฟอสซ์  เป็นต้น

     2. หนอนเจาะลำต้น หนอนเจาะลำต้นจะเข้าทำลายโดยกินไส้ของต้นขิงแดงที่ยังไม่ให้ดอกให้ยอดแห้งตาย เกษตรกรควรตัดต้นที่ถูกทำลายมาผ่าเอาหนอนที่อยู่ภายในลำต้นมาทำลาย และใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงฉีดพ่น เช่น ฟอสซ์ แลนเนท คาราเต้ เป็นต้น

การเก็บเกี่ยว  ตัดดอกที่บานแล้ว  ประมาณ  70-80 % ของช่อดอก  โดยใช้มีดคมๆตัดโคนต้น  เหนือดิน ประมาณ 2-3  นิ้ว  การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว  เมื่อตัดดอกขิงแดงแล้วให้นำดอกแช่ลงในอ่างน้ำที่มีน้ำสะอาดและทำความสะอาด  ตัดใบให้เหลือ 3-4 ใบ  ตัดก้านให้ยาว 1 เมตร สำหรับดอกขนาดใหญ่ และดอกขนาดกลาง  ส่วนดอกเล็กมักตัดก้านให้ยาว 50-70 เซนติเมตร  แล้วนำมามัดเป็นกำๆ ละ 10  ดอก สำหรับการคัดขนาดดอกนั้น จะคัดตามขนาดดังนี้

 

เกรด A ช่อดอกยาว 6 นิ้วขึ้นไป ก้านช่อดอกยาว 1 เมตร

เกรด B ช่อดอกยาว 4-5 นิ้ว ก้านช่อดอกยาว 1 เมตร

เกรด C ช่อดอกยาว 2-3 นิ้ว ก้านช่อดอกยาว 0.5-0.7 เมตร

อายุการปักแจกัน  ได้มีการศึกษาค้นพบว่าความยาวของต้นที่ติดกับช่อดอกนั้นมีผลต่ออายุการปักแจกันดังนี้

ก้านยาว  50 เซนติเมตร มีอายุการปักแจกัน 2 สัปดาห์

ก้านยาว  100 เซนติเมตร มีอายุการปักแจกัน 3-5 สัปดาห์

ก้านยาว  150 เซนติเมตร มีอายุการปักแจกัน 4-6 สัปดาห์

ต้นทุนการผลิต  ในการผลิตขิงแดง 1 ไร่ สามารถประมาณการต้นทุนการผลิตได้ดังนี้

           รายการ                                                                    เป็นเงิน(บาท)

           - ค่าพันธุ์ จำนวน 1,280 ต้นๆละ 10 บาท เป็นเงิน              12,800

           - ค่าเตรียมดิน                                                            1,000

           - ค่าแรงงาน                                                              4,500

           - ค่าปุ๋ยคอก                                                              2,000

           - ค่าปุ๋ยเคมี                                                               1,000

           - ค่าสารเคมี                                                              800

           รวม                                                                        22,100

ผลผลิตต่อไร่  สามารถตัดดอกขิงแดงโดยแบ่งตามขนาดดอกได้ดังนี้คือ

ดอกเล็กจำนวน 67,000 ดอก/ปี ดอกใหญ่และดอกกลางจำนวน 48,000 ดอก/ปี

สำนักงาน  :    ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดนครราชสีมา (พืชสวน)   111   หมู่ 10  ตำบลโคกกรวด   อำเภอเมืองนครราชสีมา   จังหวัดนครราชสีมา  30280  

Phone/Fax : 0-4446-5115,  0-4446-770   http://aopdh06.doae.go.th   E-mail : aopdh06@doae.go.th

ที่ปรึกษา  อนุสร  จันทร์แดง       บรรณาธิการ ชื่นดวงใจ  คงบาล   

กองบรรณาธิการ  :  ประสิทธิ์  อุกฤษ     วัชรี  ถิรประภัสสร   นิชาภา  อาจสินสุข   จิราวรรณ คำดี

กล่องข้อความ: ถ้าความโกรธเกิดขึ้น  จงอย่าวิ่งตามความโกรธ แล้วก็อย่าเก็บความโกรธใส่ไว้ในขวดโหลเหมือนเราดองผลไม้ไว้ในขวดโหล 
   ดังนั้นเมื่อความโกรธเกิดขึ้นเราต้องจัดการมันก่อน เพราะถ้าทิ้งไว้เราจะถูกมันจัดการ...		     
พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี

ข้อมูล : นววรรณ ทองคนทา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ