การผลิตเห็ดถุง
 
ระบบการผลิตเห็ดถุงมีขั้นตอนที่แยกได้ชัดเจนเป็น 4 ขั้นตอน ซึ่งฟาร์มเห็ดอาจจะทำเพียงอย่างเดียว หรือทำครบวงจรในทุกขั้นตอนก็ได้ คือ
          1. การผลิตเชื้อวุ้น
          2. การผลิตเชื้อข้าวฟ่าง
          3. การผลิตถุงเชื้อเห็ด
          4. การผลิตดอกเห็ด
 
การผลิตเชื้อวุ้น
          สูตรอาหารวุ้น พี.ดี.เอ. ในการเตรียมอาหารวุ้น จำนวน 1 ลิตร มีส่วนประกอบดังนี้
                    มันฝรั่ง                                        200-300  กรัม  
                    น้ำตาลเด็กโทรสหรือกลูโคส                   20  กรัม  
                    วุ้น                                                    15  กรัม  
                    น้ำ                                                     1  กรัม  
       
             
             
          วิธีทำอาหารวุ้น
          1. นำมันฝรั่งมาล้าง ปอกเปลือก หั่นให้มีขนาด 1x1x1 เซนติเมตร
          2. นำไปต้มกับน้ำสะอาด 1 ลิตร ต้มจนน้ำเดือด ใ้ช้ไฟอ่อน ๆ นาน 15 นาที
          3. กรองเอากากมันออก เอาแต่น้ำวัดปริมาตรให้ได้ 1 ลิตร
          4. ละลายวุ้นกับน้ำพอเปียก เทใส่ในน้ำต้มมันฝรั่ง นำไปต้มคนให้ละลายแล้วเติมน้ำตาลหรือกลูโคส คนละลายให้เข้ากัน แล้วยกลง
          5. นำมาบรรจุขวดแบน ใส่อาหารวุ้นลงไปให้สูงจากพื้นก้นขวดประมาณ 1 นิ้ว ระวังไม่ให้วุ้นเปื้อนปากขวด อุดด้วยสำลีและหุ้มด้วยกระดาษ รัดยางให้แน่น
          6. นำขวดวุ้นไปนึ่งในหม้อนึ่งความดัน ใช้ความดันประมาณ 15-16 ปอนด์/ตารางนิ้ว นึ่งนานประมาณ 25-35 นาที
          7. เมื่อขวดอาหารวุ้นยังอุ่นพอจับได้ ให้นำขวดไปเอียงเพิ่มพื้นที่ผิววุ้น (การเอียงขวดให้หาไม้มารองด้านปากขวด หรือคอขวด)
          8. เมื่อขวดวุ้นเย็นนำไปเขี่ยเนื้อเยื่อเห็ดใส่ หรือถ้ายังไม่เขี่ยเชื้อให้นำขวดอาหารวุ้นไปเก็บไว้ในตู้เย็นก่อนเพื่อรอเขี่ยเชื้อ สามารถเก็บขวดอาหารวุ้นได้นานเป็นเดือน
             
  
             
             
          การเลี้ยงเชื้อเห็ดในอาหารวุ้น
          ขั้นตอนในการเขี่ยเชื้อต้องเน้นด้านการปลอดเชื้อ ต้องทำความสะอาดตู้เขี่ยเชื้อ ฉีดพ่นด้วยแอลกอฮอล์ 70% เปิดแสงยูวี ประมาณ 30-60 นาที ขั้นตอนในการปฏิบัติมีดังนี้
          1. นำอุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่ ขวดอาหารวุ้น ตะเกียง เข็มเขี่ย มีด ดอกเห็ดที่สด สะอาดและสมบูรณ์เข้าในตู้เขี่ย
          2. ฉีดพ่นแอลกอฮอล์ตามมือและแขนของผู้ปฏิบัติ ใช้มือที่ถนัดจับเข็มเขี่ยลนไฟฆ่าเชื้อ
          3. ฉีกดอกเห็ดออกเป็น 2 ส่วน พร้อมใ้ช้เข็มเขี่ยจิกเนื้้อเยื่อจากดอกเห็ด ขนาดประมาณหัวเข็มหมุด
          4. หยิบขวดอาหารวุ้นใช้อุ้งมือด้านที่ถือเข็มเขี่ยดึงจุกสำลีออก จุกสำลีที่ดึงออกนั้น ห้ามวางกับพื้นเด็ดขาด ลนไฟที่ปากขวดอาหารวุ้น
          5. นำเนื้อเยื่อที่ปลายเข็มเขี่ยเข้าไปวางลงบนอาหารวุ้น ให้วางตรงกลางอาหารวุ้น
          6. ลนไฟที่ปากขวดอีกครั้ง และิปิดจุกสำลีหุ้มด้วยกระดาษแล้วยางรัด นำไปเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง อย่าให้ถูกแสงแดด หรือถูกความร้อน เส้นใยเห็ดจะเดินเต็มผิวหน้าอาหารวุ้น ใช้เวลาไม่เท่ากัน เฉลี่ยประมาณ 10-20 วัน เมื่อเส้นใยเดินเต็มผิวหน้าแล้วควรนำไปใช้ เช่น นำไปต่อลงอาหารวุ้นใหม่ หรือต่อลงในเมล็ดธัญพืชหรือเมล็ดข้าวฟ่าง หรืออาจนำไปเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นเพื่อชะลอความแก่ของเชื้อเห็ดได้
             
  
             
             
การผลิตเชื้อข้าวฟ่าง
          1. ล้างเมล็ดข้าวฟ่างเอาฝุ่นละอองออก และคัดเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้งให้เหลือเมล็ดที่จม แล้วแช่เมล็ดข้าวฟ่างไว้ 1 คืน
          2. นำเมล็ดที่แช่ไว้มาล้างน้ำอีก 2-3 ครั้ง ให้สะอาดหมดกลิ่นเปรี้ยว
          3. นำมาต้มให้สุก เร่งไฟให้น้ำเดือดแล้วจึงหรี่ไฟให้เดือดเบา ๆ ใช้ไม้พายกวนให้สุกให้ทั่วแต่อย่าให้เมล็ดข้าวฟ่างแตก
          4. เมื่อสุกนำมาเทใส่ในกระด้งหรือมุ้งไนล่อน ผึ่งให้เมล็ดแห้ง
          5. นำมากรอกใส่ขวด จนได้ประมาณครึ่งขวดหรือ 2 ใน 3 ของขวด ใช้สำลีอุดปากขวด หุ้มด้วยกระดาษรัดยางให้แน่น
          6. นำไปนึ่งหม้อนึ่งความดันใช้ความดัน 15-16 ปอนด์/ตารางนิ้ว นาน 35-60 นาที
          7. เมื่อเย็นนำไปเขี่ยเชื้อวุ้นใส่ต่อไป
             
  
             
             
          การเลี้ยงเชื้อในเมล็ดข้าวฟ่าง
          ขั้นตอนในการเขี่ยเชื้อต้องเน้นด้านการปลอดเชื้อ ต้องทำความสะอาดตู้เขี่ยเชื้อ ฉีดพ่นด้วยแอลกอฮอล์ 70% เปิดแสงยูวี ประมาณ 30-60 นาที ขั้นตอนในการปฏิบัติีมีดังนี้
          1. เลือกขวดอาหารวุ้นที่มีเส้นใยของเชื้อเห็ดที่เจริญเ็ต็มผิวหน้าใหม่ ๆ
          2. นำอุปกรณ์เข้าตู้เขี่ยเชื้อ เช่น เข็มเขี่ย ตะเกียง ขวดข้าวฟ่าง
          3. ฉีดพ่นแอลกอฮอล์ตามมือและแขนของผู้ปฏิบัติ ใช้มือที่ถนัดจับเข็มเขี่ยลนไฟฆ่าเชื้อ
          4. หยิบขวดข้าวฟ่าง ใช้อุ้งมือด้านที่ถือเข็มเขี่ยดึงจุกสำลีออก จุกสำลีที่ดึงออกนั้นห้ามวางกับพื้นเด็ดขาด ลนไฟที่ปากขวดข้าวฟ่าง ต้องลนไฟทุกครั้งที่เปิด-ปิดขวด
          5. ใช้เข็มเขี่ยตัดอาหารวุ้นที่มีเชื้อเห็ดออก ขนาดประมาณ 1 ตารางเซนติเมตร แล้วนำไปวางลงบนด้านข้างของขวดข้าวฟ่าง ให้อยู่กึ่งกลางขวด 1 ชิ้นต่อขวด
          6. เขย่าให้เมล็ดข้าวฟ่างเลื่อนมาทับก้อนเชื้ออาหารวุ้น จากนั้นนำไปบ่มไว้ในอุณหภูมิห้อง เชื้อเห็ดก็จะเดินเต็ม ใช้เวลาไม่เท่ากันเฉลี่ยประมาณ 10-20 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดเห็ด เมื่อเส้นใยเดินเต็มข้าวฟ่างแล้วควรนำไปใช้ ต่อลงในถุงก้อนอาหารเห็ด หรืออาจเก็บไว้ในตู้เย็นก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเห็ดแก่ต่อไป
             
   
             
             
การผลิตถุงเชื้อเห็ด
          ถุงเชื้อเห็ด หมายถึง เชื้อเห็ดที่เลี้ยงในถุงพลาสติก ซึ่งใช้วัตถุดิบเป็นขี้เลื่อยและส่วนผสมต่าง ๆ หรือปุ๋ยหมักก็ได้ เป็นเชื้อที่จะนำไปเปิดดอกเห็ดต่อไป สำหรับเกษตรกรที่เริ่มทำใหม่ ๆ ควรซื้อถุงเชื้อเห็ดจากฟาร์มเก่าไปผลิตดอกเห็ดจนตลาดรับซื้อกว้างขวางแล้วจึงค่อยผลิตก้อนเองต่อไป ขี้เลื่อยไม้ยางพาราเป็นขี้ัเลื่อยที่สามารถนำมาใช้ได้เลย
             
การเพาะเห็ดถุง
          การเพาะเห็ดในถุงพลาสติกนับเป็นทางเลือกหนึ่ง สำหรับเกษตรกรที่สามารถทำได้ เนื่องจากในแต่ละพื้นที่จะมีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่แตกต่างกันไป เช่น ขี้เลื่อยไม้ยางพารา ขี้เลื่อยไม้เบญจพรรณ ชานอ้อย ไม่ต้องหาซื้อในราคาแพง การเพาะเห็ดถุงสามารถทำได้หลายชนิด ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด
             
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเห็ดถุง
          1. วัสดุเพาะ เช่น ขี้เลื้อยไม้ยางพารา ไม้เบญจพรรณ ชานอ้อย อาหารเสริม
          2. แม่เชื้อเห็ด ชนิดที่ต้องการ
          3. ถุงพลาสติกทนร้อนขนาด 6 1/2 x12 1/2 นิ้ว หรือ 8x12 นิ้ว
          4. คอขวดพลาสติกเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 1/2 นิ้ว
          5. สำลี, ยางรัด, จุกสำเร็จ
          6. ถังนึ่งไม่อัดความดัน
          7. โรงเรือนหรือที่บ่มเส้นใย และโรงเปิดดอกแยกกัน
             
  
  
             
             
ส่วนผสมก้อนเชื้อเห็ด
          เห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดนางรม เห็ดยานางิ เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดหูหนู   เห็ดกระด้าง (เห็ดลม, เห็ดบด)
               ขี้่เลื่อยไม้ยางพารา          100            กิโลกรัม
               รำละเอียด                     5-7             กิโลกรัม
               ยิปซั่ม                             2             กิโลกรัม
               ปูนขาว                            1             กิโลกรัม
               ดีเกลือ                         0.2             กิโลกรัม
               น้ำ                           60-70
            เปอร์เซ็นต์  
  สูตรที่ 1    
     ขี้่เลื่อยไม้ยางพารา      100              กิโลกรัม
     รำละเอียด                 7.5               กิโลกรัม
     ยิปซั่ม                      0.5               กิโลกรัม
     ปูนขาว                        2               กิโลกรัม
     ดีเกลือ                      0.2              กิโลกรัม
     น้ำ                        60-70              เปอร์เซ็นต์
             
          เห็ดขอนขาว             สูตรที่ 2    
               ขี้่เลื่อยไม้ยางพารา         100             กิโลกรัม
               รำละเอียด                    3-5              กิโลกรัม
               น้ำตาลทราย                    3              กิโลกรัม
               ปูนขาว                           1              กิโลกรัม
               ดีเกลือ                         0.2             กิโลกรัม
               น้ำ                           60-70             เปอร์เซ็นต์
       ขี้่เลื่อยไม้ยางพารา      100              กิโลกรัม
     รำละเอียด                    3               กิโลกรัม
     น้ำตาลทราย                 2               กิโลกรัม
     ยิปซั่ม                         2               กิโลกรัม
     ปูนขาว                        1               กิโลกรัม
     ดีเกลือ                      0.2              กิโลกรัม
     น้ำ                        60-70              เปอร์เซ็นต์
          เห็ดหอม                 
               ขี้่เลื่อยไม้ยางพารา         100             กิโลกรัม
               รำละเอียด                 10-12             กิโลกรัม
               น้ำตาลทราย                    2              กิโลกรัม
               ยิปซั่ม                            2              กิโลกรัม
               ปูนขาว                           1              กิโลกรัม
               ดีเกลือ                        0.2              กิโลกรัม
               น้ำ                          60-70              เปอร์เซ็นต์
 
       
                  
วิธีการเตรียมวัสดุเพาะ                  
          นำส่วนผสมดังกล่าวข้างต้น (สูตรใดก็ได้แล้วแต่หาวัสดุได้) ผสมให้เข้ากันด้วยมือหรือเครื่องผสม แล้วปรับความชื้น 60-70% โดยเติมน้ำพอประมาณ ใช้มือกำวัสดุเพาะบีบให้แน่น ถ้ามีน้ำซึมที่ง่ามมือแสดงว่าเปียกเิกินไป (ให้เติมวัสดุเพาะ) ถ้าไม่มีน้ำซึมให้แบมือออก วัสดุเพาะจะรวมกันเป็นก้อนแล้วแตกออก 2-3 ส่วน ถือว่าใช้ได้้ แต่ถ้าแบมือแล้ววัสดุเพาะไม่รวมตัวกันเป็นก้อน แสดงว่าแห้งไปให้เติมน้ำเล็กน้อย
 
 
วิธีการเพาะ
          1. บรรจุวัสดุเพาะใส่ถุงพลาสติกทนร้อน น้ำหนัก 8-10 ขีด ทุบให้แน่นหรือใช้เครื่องอัดให้แน่น ใส่คอขวดรัดปิดด้วยจุกสำเร็จ
   
 
             
          2. นำไปนึ่งฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมง    
             
          3. เมื่อก้อนเย็นถ่ายเชื้อเห็ดที่เลี้ยงในเมล็ดข้าวฟ่างโดยเขย่าเชื้อที่เต็มขวดให้แตกร่วน หยอดลงถุง ถุงละ 10-15 เมล็ด เปิดและปิดจุกสำลีโดยเร็ว โดยปฏิบัติใ่นที่สะอาดไม่มีลมโกรก เชื้อเห็ด 1 ขวด ใส่ถุงได้ 40-50 ถุง
   
             
          4. นำไปบ่มในโรงบ่ม มีอากาศถ่ายเทสะดวกในอุณหภูมิห้อง เส้นใยจะเจริญเต็มถุง 25-90 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของเห็ด
   
             
          5. เมื่อเส้นใยเดินเต็มถุง นำมาเปิดดอกในโรงเรือนเปิดดอกที่สะอาด แสงสว่างพอสมควร การระบายอากาศดี และสามารถเก็บความชื้นสัมพัทธ์ในโรงเรือนมากกว่า 80% ขึ้นไป
 
             
ตารางสรุปการเพาะเห็ดถุงแต่ละชนิด
 
ชนิดเห็ด
ระยะบ่ม
ระยะเกิดดอก
ระยะห่าง
ระหว่าง
รุ่น (วัน)
ผลผลิต
กรัม/ถุง
องศาเซลเซียส
วัน
องศาเซลเซียส
วัน
นางรม
28-38
25-40
28-35
90
10-15
180-300
นางฟ้า
ขอนขาว
เห็ดลม
เป๋าฮื้อ
23-38
45-60
28-35
180
30-40
200-300
หูหนู
28-38
34-40
28-35
90
15-20
300-400
เห็ดหอม
24-32
120
32
90
15-20
200-300
ตีนแรด
30-38
50-60
35
240
30-60
300-400
ยานางิ
24-26
40-50
24-30
180
30-60
200-250

                       แสง        : ควรมีแสงสว่างอย่างเพียงพอ
                            ความชื้น   : 70-80% ยกเว้นเห็ดหูหนู 80-90%
             
             
การผลิตดอกเห็ด             
          การผลิตดอกเห็ด คือ การทำให้ก้อนถุงเชื้อเกิดดอกเห็ด ซึ่งการเกิดดอกเห็ด ก็คือ การที่เส้นใยไ้ด้มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างมาอัดตัวกันสร้างเป็นดอกเห็ดขึ้น เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยผลผลิตที่ได้จะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับอาหาร อุณหภูมิ ความเป็นกรด ด่าง ความชื้น การถ่ายเทอากาศ กรรมพันธุ์ และโรคแมลงศัตรูที่รบกวน ซึ่งวิธีการผลิตดอกเห็ดในปัจจุบันได้มีการทำมากมายหลายวิธีดังนี้
          1. การกรีดข้างถุง ใช้วิธีดึงจุกออก เอาคอขวดออก ใช้ยางรัดปากถุงให้แน่น ใช้มีดกรีดข้างถุงแนวเฉียงประมาณ 3-4 รอย แล้วกรีดที่กุ้นถุงเป็นเส้นขนาน 2 เส้น วิธีเปิดดอกโดยวิธีกรีดข้างใช้สำหรับเห็ดหูหนู แล้วนำไปวางเรียงกับพื้นแต่ละก้อนวางให้ห่างกัน ประมาณ 10-15 เซนติเมตร ดอกเห็ดจะออกตามรอยกรีด
             
   
             
 
          2. การดึงจุกออก ใช้วิธีดึงจุกออกจากปากถุง ใช้หางช้อนเขี่ยเมล็ดข้าวฟ่างออกให้หมด วิธีเปิดดอกแบบนี้ใช้กับเห็ดตระกูลนางฟ้า นางรม เป๋าฮื้อ ยานางิ วางในโรงเรือนวางเรียงก้อนแบบตัว A หรือวางเรียงก้อนแบบแขวนด้วยเชือกไนล่อน 4 เส้น ผูกติดกันหัวท้ายใส่แผ่นพลาสติกแข็งเจาะรูร้อยเชือกทั้ง 4 เส้น สำหรับกั้นระหว่างก้อน 3 ก้อน กั้นพลาสติกครั้งหนึ่ง ถ่างให้ห่างออกจากกันเอาก้อนเชื้อวางซ้อน ๆ กัน ดอกเห็ดจะเกิดขึ้นและโผล่ออกมาทางปากถุง
             
   
             
             
          3. การปาดไหล่ถุง ใช้วิธีดึงจุกออก ดึงคอขวดออก ใช้มีดกรีดพลาสติกให้รอบบริเวณไหล่ถุงออกให้หมด วิธีเิปิดดอกแบบนี้ใช้กับเห็ดกระด้าง เห็ดขอนขาว วางในโรงเรือนวางเรียงก้อนแบบตัว A หรือวางเรียงก้อนแบบแขวนด้วยเชือกไนล่อน 4 เส้น ผูกติดกันหัวท้ายใส่แผ่นพลาสติกแข็งแจาะรูร้อยเชือกทั้ง 4 เส้น สำหรับกั้นระหว่างก้อน 3 ก้อน กั้นพลาสติกครั้งหนึ่ง ถ่างให้ห่างออกจากกัน เอาก้อนเชื้อวางซ้อน ๆ กัน ดอกเห็ดจะเกิดขึ้นและโผล่ออกมาทางรอยปาดบริเวณไหล่ถุง
             
   
             
             
          4. การปาดไหล่ถุงและกรีดก้นถุง ใช้วิธีดึงจุกออก ดึงคอขวดออก ใช้มีดกรีดพลาสติกให้รอบบริเวณไหล่ถุงออกให้หมด แล้วกรีดที่ก้นถุงเป็นเส้นขนาน 2 รอย วิธีเปิดดอกแบบนี้ใช้กับเห็ดหอม วางเรียงกับพื้นแต่ละก้อนวางให้ห่างกันประมาณ 10-15 เซนติเมตร ดอกเห็ดจะออกตามรอยปาดบริเวณไหล่ถุง
             
   
             
             
          5. การเปลือยถุง ใช้วิธีดึงจุกและคอออก แล้วแกะถุงพลาสติกออกให้หมดทั้งก้อน นำไปฝังลงดินที่เตรียมไว้เป็นแปลงเหมือนแปลงปลูุกผักทั่วไป แล้วกลบดินให้หนาประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วคลุมทับด้วยฟางดอกเห็ดที่จะออกมาก็จะออกเป็นกลุ่มดอกขนาดใหญ่
             
   
             
             
ลักษณะโรงเรือนเปิดดอก
             
   
             
             
การดูแลรักษา
          1. การรดน้ำ นิยมใช้เป็นระบบพ่นเป็นฝอย ซึ่งอาจต่อท่อกับปั้มน้ำที่มีแรงดันพ่นน้ำเป็นละอองละเอียดหรือถ้าไม่มีระบบปั้มน้ำ    จะใช้สายยางธรรมดา หรือบัวรดน้ำก็ได้ โดยรดใ้ห้พอเปียกชื้นไม่ให้มีน้ำขัง เพราะจะทำให้เห็ดเน่าเสียได้ง่าย การรดน้ำอาจทำวันละ 2 ครั้ง คือ เช้ากับเย็น หรือตามสภาพอากาศ คือถ้าสภาพอากาศแห้ง ก็ควรรดเพิ่มเป็นวันละ 3-4 ครั้ง การสูญเสียน้ำของดอกเห็ดและถุงเชื้อเห็ดนั้น จะขึ้นอยู่ีกับความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศด้วย ถ้าอากาศมีความชื้นน้อยโดยอากาศร้อนและมีลมพัดดอกเห็ดก็จะแห้งเร็ว ถ้าลมพัดแรงจัดก็จะต้องทำโรงเรือนให้มิดชิดขึ้นและเพิ่มการรดน้ำให้บ่อยครั้งขึ้น น้ำที่ใช้รดควรเป็นน้ำจืดสนิท
   
เช่น น้ำฝน น้ำประปาที่ีตากแดดให้คลอรีนละเหยไปแล้ว น้ำบ่อ น้ำบาดาลที่ไม่กร่อยเค็ม น้ำจืดที่เราใช้บริโภคทั่วไป น้ำที่รดเห็ดควรมีสภาพเป็นกลาง
             
          2. การถ่ายเทอากาศ เรือนเพาะเน้นการเก็บรักษาความชื้นมากจะทำให้เกิดสภาพแน่นทึบถ่ายเทอากาศไม่สะดวก การเพาะน้อยก้อนไม่มีปัญหาแต่ถ้าเพาะมากเห็ดแต่ละถุงจะหายใจปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาซึ่้งหากสะสมในเรือนเพาะมาก ๆ จะทำให้ดอกเห็ดบิดเบี้ยว ดอกเล็ก หรือไม่ออกดอก ดังนั้นควรจัดโรงเรือนให้โปร่งทางด้านล่าง หรือเปิดประตูหรือหน้าต่างโรงเรือน เพื่อถ่ายเทอากาศทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงค่อยเข้าไปทำงานได้
 
             
             
          3. อุณหภูมิกับการผลิตดอกเห็ด เห็ดต่างชนิดกันจะชอบอุณหภูมิในขณะสร้างดอกแตกต่างกัน จึงควรเลือกเพาะเห็ดแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม โดยเห็ดที่มีปัญหามากที่สุดคือ เห็ดที่ชอบอากาศหนาวเย็นมาก ๆ เช่น เห็ดหอม ซึ่งชอบอุณหภูมิประมาณ 15 องศาเซลเซียส เห็ดนางฟ้าบางชนิดชอบอากาศเย็นแต่น้อยกว่าเห็ดหอม ส่วนเห็ดที่ชอบอากาศอบอุ่นธรรมดาของฤดูฝนและฤดูร้อน เช่น เห็ดนางรม เห็ดหูหนู เห็ดเป๋าฮื้อ ส่วนเห็ดที่ชอบอากาศร้อนชื้น เช่น เห็ดกระด้าง เห็ดขอนขาว
             
             
เห็ดชนิดต่าง ๆ ที่เพาะในถุง
             
 
                                      เห็ดนางฟ้า                                                  เห็ดนางรม
 
             
 
                                       เห็ดเป๋าฮื้อ                                                เห็ดหูหนูขาว
             
             
 
                                   เห็ดขอนขาว                                                  เห็ดหอม
             
             
 
                      เห็ดลม (เห็ดกระด้าง, เห็ดบด)                                         เห็ดยานางิ
             
             
 
                                      เห็ดหูหนูดำ                                                 เห็ดต่งฝน
             
             
เห็ดตีนแรด
             
เรียบเรียงโดย
นางสาวสราลี ภูสวัสเจริญ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ
             
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการเกษตร. 2543. เทคนิคการเพาะเห็ดถุง. ฝ่ายเอกสารคำแนะนำ กองเกษตรสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร.
             
เว็ปไซต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
          •  http://www.rakbankerd.com/agriculture/in_agricultural/sub_agricultural_1.html?sub_id=2700&head
          •  http://www.doae.go.th/Library/html/detail/nangfa/index.htm
          •  http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/agricul.htm
พาวเวอร์พอยย์การทำก้อนเห็ด   พาวเวอร์พอยย์การเปิดดอกเห็ด        
             
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดนครราชสีมา (พืชสวน)
111 หมู่ 10 ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30280
Tel. 0-4446-5115, 0-4446-5770 Fax. 0-4446-5115
Webmaster : นางสาวชื่นดวงใจ คงบาล  ที่ปรึกษา : นายอนุสร จันทร์แดง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ
E-mail :
aopdh06@doae.go.th